Follow Us
Choose Your Language :
เรื่องเล่าจากนักเรียน
คุยกับไอซ์ หนุ่มเชียงใหม่ในเมลเบิร์นกับประสบการณ์เรียนภาษาที่ Swinburne University

CP International เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนกำลังเลือกตัดสินใจอยู่แน่ๆว่าไปเรียนภาษาอังกฤษที่ออสเตรเลียจะดีไหมนะ แล้วไปเมืองไหนดีล่ะ แล้วจะเรียนที่ไหน เอาแบบสถาบันภาษาหรือศูนย์สอนภาษาในมหาวิทยาลัยดี ก่อนตัดสินใจมาลองอ่านเรื่องราวสนุกๆในคอลัมน์ CP Successful Story กับบทสัมภาษณ์แบบ Exclusive ที่เจาะลึกถึงชีวิตการเรียนต่างแดน รวมไปถึงการเรียนการสอนในสถาบันนั้นๆจะตอบโจทย์ใครได้บ้าง

วันนี้ CP International จะพาไปคุยกับน้องไอซ์ ณัฐพงศ์ หนุ่มเชียงใหม่ ถึงมุมมองที่หลากหลายกับชีวิตในเมลเบิร์น การปรับตัว การพัฒนาด้านภาษา รวมไปถึงประเด็นความแตกต่างของการเรียนภาษาอังกฤษระหว่างสถาบันภาษาและศูนย์ภาษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนหน้านี้น้องไอซ์เคยเรียนภาษาอังกฤษในสถาบันภาษาที่ซิดนีย์มาแล้ว ก่อนที่จะมาเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งที่ศูนย์สอนภาษาของมหาวิทยาลัย Swinburne University ในเมลเบิร์น

 

 

แนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จักหน่อยครับ
-ไอซ์ครับ ปีนี้อายุ 24 จบปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนนี้ตัดสินใจมาเรียนต่อที่เมลเบิร์นครับ (ยิ้ม)

 

ครั้งแรกที่ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ซิดนีย์เป็นไงบ้าง
-ก่อนหน้านี้ได้ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ซิดนีย์ ซึ่งที่จริงแล้วต้องการแค่ไปฝึกษาเฉยๆ เลยเรียนที่สถาบันที่ไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัย การปรับตัวก็ไม่ยากเลย วัฒนธรรมที่นั่นมีความเป็นเอเชียผสมอยู่เยอะมาก ทั้งอาหารไทย อากาศก็ไม่หนาวมาก คล้ายๆหน้าหนาวในภาคเหนือของไทยครับ (หัวเราะ)  แต่ที่ลำบากคือค่าเช่าบ้านค่อนข้างแพงถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ  ส่วนภาษาอังกฤษก็ดีขึ้นจากตอนแรกที่แทบไม่ได้เลย พอไปเรียนก็พัฒนาขึ้นบ้าง สถาบันที่ไปเรียนก็มีทั้งเพื่อนคนจีนและไทยเป็นส่วนใหญ่
 

แล้วทำไมถึงเลือกที่จะย้ายไปเมลเบิร์น
-หลังจากได้ไปเรียนที่ซิดนีย์ก่อนหน้านี้แล้ว รู้สึกว่ามีความต้องการเรียนต่อเลยคิดว่าอยากจะกลับไปออสเตรเลียอีกครั้งบวกกับเคยมีเพื่อนที่เคยเรียนที่เมลเบิร์นบอกถึงความน่าอยู่ เลยอยากลองมาอยู่บ้าง (หัวเราะ)

 

มาเรียนที่ศูนย์สอนภาษาของ Swinburne University เป็นยังไงบ้าง
-อย่างแรกเลยคือชอบแคมปัสของที่นี่ออกแนวโมเดิร์น มันสวยมากทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่พอสมควร
สื่อ อุปกรณ์สำหรับการเรียนทุกอย่างทันสมัยมากๆ เช่น ห้องคอมหรือห้องสมุด รองรับความต้องการของนักเรียนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟและป้ายรถราง ง่ายต่อการเดินทางมาเรียน โดยเฉพาะสถานีรถไฟที่นี่ผ่านกลางมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว
ส่วนของการเรียนนั้น อาจารย์สอนดี เอาใจใส่นักเรียนดีมาก เป็นกันเองสุดๆครับ บรรยากาศในห้องเรียนถือว่าเยี่ยมเลย ทุกคนกล้าที่จะถามตลอดเวลาหากสงสัย นักเรียนส่วนใหญ่ในห้องมาจากแถบอเมริกาใต้ และเวียดนาม โดยเฉพาะเพื่อนจากอเมริกาใต้จะพูดภาษาอังกฤษเก่งทำให้เราได้ฝึกไปในตัว แถมยังได้ภาษาสเปนอีกเพราะคนอเมริกาใต้ใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก (หัวเราะ) นอกจากนั้นยังมีชั่วโมงสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบ e-leaning ของมหาวิทยาลัยซึ่งที่นี่เรียกกันว่า Blackboard ช่วยเสริมทักษะเพิ่มเติมจากการเรียน ส่วนภาษาก็พัฒนาขึ้นเยอะมาก บางทีอาจะเป็นเพราะตั้งใจขึ้นกว่าเดิม เพราะจุดประสงค์ในการเรียนรอบนี้เป็นการเรียนเพื่อใช้ต่อในมหาวิทยาลัย

 

แล้วความแตกต่างของการเรียนภาษาอังกฤษระหว่างสถาบันภาษากับศูนย์ภาษาในมหาวิทยาลัยแตกต่างกันยังไง

-การเรียนภาษาในสถาบันภาษาของมหาวิทยาลัยนั้นจะมีข้อดีตรงที่หากเรียนจนถึงระดับที่กำหนดก็สามารถที่จะผ่านเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆได้เลยหรือที่เรียกว่าระบบ Pathway หรือ Direct Entry ซึ่งสถาบันภาษาที่ไม่ได้เป็นของมหาวิทยาลัยโดยตรงบางแห่งอาจไม่มีระบบนี้จึงอาจเหมาะสำหรับการเรียนเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว แต่สถาบันภาษาบางแห่งแม้อาจไม่ใช่ของมหาวิทยาลัย ก็มีมหาวิทยาลัยที่เค้าเป็น Partner และใช้ระบบ Pathway ได้เช่นกันครับ

 

แล้วชีวิตตอนนี้ที่เมลเบิร์นล่ะเป็นไงบ้าง
-ดีมากเลยครับ ช่วงมาแรกๆก็ยังไม่ค่อยมีเพื่อนแต่พออยู่ไปก็เริ่มรู้จักคนมากขึ้น เลยได้ไปกินข้าว,เที่ยวด้วยกัน ซึ่งก็ได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย (ยิ้ม)

 

พูดถึงที่พักและการเดินทางในเมลเบิร์นหน่อย 
-เมลเบิร์น มีบัตรเดินทางที่สามารถขึ้นได้ทั้งรถบัส รถไฟ หรือรถราง แบบรายเดือนจึงไม่ต้องกังวลในส่วนของระยะทางหรือจำนวนครั้งในการเดินทาง ซึ่งราคาประมาณ 140 เหรียญสำหรับการเติมแบบ 30 วัน
ส่วนเรื่องการหาบ้านพักนั้นมีบ้านคนไทยปล่อยให้เช่าเยอะมาก ราคาประมาณ 125-175 เหรียญต่อสัปดาห์ การใช้จ่ายต่อวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 15-35 เหรียญ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์รายจ่ายผมค่อนข้างน้อย เพราะตื่นสาย (หัวเราะ) แต่ดีครับประหยัด ไม่ต้องเสียตัง !
 

เล่าเหตุการณ์สุดมันส์ในเมลเบิร์นให้ฟังหน่อย
ฤดูหนาวที่นี่อากาศตอนเช้าอุณภูมิประมาณ 2-4องศา ผมเลยท้าทายด้วยการนั่งรถไฟและแวะเที่ยวซะเลย โดยเดินทางจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมลเบิร์นมายังทางตะวันออกเฉียงใต้ ภายในวันเดียว สนุกมาก! คือบัตรเดินทางแบบรายเดือนต้องใช้ให้คุ้มนะ เพราะนั่งเท่าไหร่ก็ได้ (หัวเราะ)

 

ทำไมถึงเลือกใช้บริการกับ CP International
ตอนแรกมีคนแนะนำมา ที่จริงตอนแรกก็ยังไม่รู้จัก แต่พอลองเข้ามาใช้บริการแล้วรู้สึกดีมากครับ บริการดีสุดๆ มีสาขาที่เชียงใหม่ด้วย พี่เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาดีมาก และติดตามเรื่องให้ตลอด ช่วยประสานระหว่างนักเรียนกับมหาวิทยาลัยได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมีการแนะนำเรื่องอื่นๆแม้จะไม่เกี่ยวกับการลงทะเบียนก็ตาม คือโทรหรือไลน์ไปปรึกษาได้ตลอดเลยครับ ดีจริงๆ

วางแผนหลังจากจบคอร์สนี้ยังไงบ้าง
-วางแผนจะเรียนให้จบระดับปริญญาโทที่ Swinburne University นี่แหละครับส่วนอนาคตก็จะกลับไปทำงานที่เราชอบที่ไทยพร้อมกับความรู้ที่ได้มาจากออสเตรเลีย
 

สุดท้ายแล้วอยากฝากอะไรกับเพื่อนๆ ที่สนใจมาเรียนภาษาที่เมลเบิร์น
-เมลเบิร์นเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยศิลปะ บางอย่างก็เป็นแบบนั้นของมันโดยที่หาเหตุผลไม่ได้ ทุกอย่างกลมกลืนกันอย่างลงตัว คือมันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ถ้าอยากสัมผัสมันจริงๆล่ะก็มาที่นี่ซะเลยสิ เข้าไปที่ CP International ตอนนี้เลยแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง 

 

และนี่ก็เป็นเรื่องเล่าจากน้องไอซ์ นักเรียนจาก CP International ของเรา เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงได้รับรู้ประสบการณ์ดีๆเผื่อจะได้เป็นไอเดียในการไปเรียนต่อต่างประเทศของเพื่อนๆบ้างแล้วล่ะ ถ้าอยากไปใช้ชีวิตแบบน้องไอซ์ ติดต่อ CP International เลย

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
Back