Follow Us
Choose Your Language :
เรื่องเล่าจากนักเรียน

วันนี้ดิฉันได้ไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียตามที่ฝันเอาไว้ ขอขอบคุณ CP International เป็นอย่างมากๆ ที่ช่วยให้ดิฉันได้ทำตามความฝันอย่างสำเร็จ

 

              ดิฉันได้มีโอกาสศึกษาหาข้อมูลมีความสนใจการเรียนภาษาต่อต่างประเทศจากทาง internet   เลยได้มีโอกาสปรึกษากับทาง ครอบครัวเพื่อน ๆ พี่ๆ  หลังจากนั้นก็เลยได้เริ่มศึกษาหาข้อมูลเรียนต่อต่างประเทศออสเตรเลียเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำ visa นักเรียน ค้นหา  บริษัทที่น่าเชื่อถือที่รับปรึกษาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ visa นักเรียน  ต้องเริ่มยังไง มีขั้นตอนแบบไหน  เนื่องจากโดยส่วนตัวชื่นชอบภาษาอังกฤษอยู่แล้วและอยากทำตามความฝันว่าอยากเป็นนักข่าวเรียนคอลลั่ม นิตยสาร หนังสื่อพิมพ์ออนไลน์ ภาษาอังกฤษ  จนได้ตัดสินใจเลือกปรึกษากับทางบริษัท  cp international ซึ่งมีพี่สาวเป็นผู้แนะนำและได้ใช้บริการของทาง CP มาก่อนและค่อนข้างมั่นใจในระบบกระบวนการการทำงานของทางบริษัทบวกกับดิฉันก็ได้หาข้อมูลจากทาง internet และ ลองถามเพื่อน ที่ได้ใช้บริการของทาง CP มาบ้างแล้ว ก็เลยทำให้ดิฉันมีความเชื่อมั่นและมั่นใจ ว่านี้แหละใช่เลย เลยได้ตกลงเข้ามาปรึกษา กับพี่ๆ เจ้าหน้าที่ ทาง cp เลยได้รู้จักพูดคุยกับพี่ ก่องแก้ว พี่เค้าให้คำแนะนำดีมากเหมือนเป็นสายตรงให้คำปรึกษาในเรื่องเรียนต่อ และน่าเชื่อถือ เป็นกันเอง และไม่กดดัน ชี้แจงในส่วนที่เราไม่เข้าใจ อธิบายเป็นขั้นเป็นตอน ดูแลครบวงจรทุกอย่างในเรื่องของกระบวนการดำเนินเอกสาร ยื่น visa ทุกอย่าง  

บริษัทและพี่ก่องแก้วให้ความใส่ใจอย่างมาก ดำเนินการรวดเร็ว ติดตามผลนักเรียนทุกอย่างและให้ข้อมูลถูกต้องตั้งแต่ต้นจนถึง วันนี้ ดิฉันได้ไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียตามที่ฝันเอาไว้

ต้องขอขอบคุณพี่ก่องแก้วและทางบริษัท cp international เป็นอย่างมากๆ ที่ช่วยให้ดิฉันได้ทำตามความฝันอย่างสำเร็จ อาจจะท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่พี่ๆ cp น่ารักมากค่ะเหมือนเพื่อนค่ะเวลาได้พูดคุยกันแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่เครียด คอยให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาตลอด อาจจะยุ่ง แต่ก็ไม่เคยละทิ้งในการให้คำปรึกษาอยู่ตลอด และที่สำคัญ cp international ยังมีสาขาที่ melbourne Australia อีกด้วย ทำให้ดิฉันมั่นใจ สะดวกสบาย อีกเลยว่าถ้ามีปัญหาหรือข้อมูลสงสัย สามารถเดินเข้าไปปรึกษาได้เลย และรู้สึกไม่เสียดายเลยที่ได้เลือกใช้บริการที่นี้ค่ะ  ประทับใจสุดๆ เลยค่ะ

...
อ่านต่อ

ที่นี่ท้องฟ้าสวยมาก มีสายรุ้งบ่อยด้วยค่ะ คิดไม่ผิดเลยที่เลือกมาที่นี่ คุณภาพชีวิตดีมาก

 

ไปเรียนที่ออสเตรเลียเป็นยังไงบ้าง

ต่างจากที่ไทยอยู่นะคะ บ้านเมือง ผู้คน อาหาร อากาศ เเต่เป็นเรื่องปกติอะค่ะ เเต่เรียนในมหาลัยมันก็คล้ายๆที่ไทยอยู่ เเต่เพื่อนในห้องจะมาจากทั่วโลก เวลา discussion กันก็ได้เเลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันไปด้วย ที่Celt คนไทยก็เยอะเหมือนกันนะคะ ห้องหนูมี 5 คน 

ออสเตรเลีย multicultural มากๆ บ้านเมืองที่นี่ทันสมัย ระบบคมนาคมนำไทยไปไกลเยอะ มีอะไรต่างจากไทยเยอะเหมือนกัน เช่นบ้านเราห้างเปิดถึง 4 ทุ่ม ที่นี่ 5-6 โมงปิดกันหมดเเล้ว ตารางรถไฟ รถเมล์มาตรงเวลา ใช้บัตรเดียวเชื่อมต่อกันหมด plan เวลาล่วงหน้าได้ จะไปไหน Google map บอกหมดเลยค่ะ ว่า take bus สายอะไร ที่ไหน เเต่เมืองนี้ไปเที่ยวไกลลำบาก ถ้าไม่มีรถ 

Cost of living สูงมากๆ เเล้วงาน Part time ก็หายากมากๆด้วยค่ะ (อันนี้เรื่องจริงค่ะ บางคนมา 3-4 เดือนเเล้วก็ยังไม่ได้งาน) cost of living สูงกว่า Melbourne พอๆกับ Sydney 

Perth เงียบ ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ งานหายาก ธรรมชาติสวย ไม่ busy ผู้คนเป็นมิตร (ลืมบอกว่าเค้าจะ say Hello กับ Thank you กับ Bus driver กันเป็นเรื่องปกติค่ะ)

 

 

CP Inter แนะนำอย่างไรบ้าง

พี่ๆ CP Inter helpful น่ารักค่ะ เเนะนำให้ตลอดเลย

 

 

ฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะไปศึกษาต่อต่างประเทศบ้าง

อยากให้เตรียมตัวดีๆ ตัดสินใจดีๆ เลือกสิ่งที่คิดว่าใช่ที่สุด มาเเล้วจะได้ไม่เสียใจ หนูก็ไม่เคยเสียใจที่เลือกมาที่นี่ เพราะเจอเเต่คนดีๆ เเล้วคิดว่าเมืองนี้ตอบโจทย์ตรงที่อยาก escape ความเป็น Bangkok มา Perth ชีวิตความเป็นอยู่ง่ายมาก ชอบตรงที่เรา control เวลาได้ plan ทุกอย่างได้หมด

เเล้วก็อยากให้เปิดใจ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่ออสเตรเลียความหลากหลายสูงมาก ได้รู้จักคนจากทั่วโลก สุดท้ายก็ enjoy your life and live every moment ค่ะ ❤️❤

...
อ่านต่อ

การมาใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย เปลี่ยนชีวิตผมไปอย่างมากครับ
เมื่อที่บ้านตกลงให้ผมสมัครเรียนต่อต่างประเทศ ผมก็เริ่มหาข้อมูลว่า ผมควรจะปรึกษาที่ไหนดี ที่จะให้คำแนะแนวผมได้ทุกเรื่องที่ผมต้องการทราบ
แล้วผมก็ search หาข้อมูล จนได้มาพบกับ CP International ที่นี่ครับ ซึ่งผมก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆครับ พี่ๆที่ซีพี ให้คำแนะนำและช่วยวางแผนการศึกษาผมได้ดีมากๆ
ทำให้ผมรู้จักับระบบการศึกษาต่อเนื่อง หรือ Pathway นั่นเอง ทำให้ผมไม่เสียเวลาในการเรียน ประหยัดเวลาเรียนเร็วขึ้น ได้เรียนตรงสายที่ต้องการแบบโฟกัสไปเลยโดยตรง
จนตอนนี้ผมกำลังจะเข้าเรียนปริญญาโทที่ Monash University เดือนกรกฎาคม 2017 นี้แล้วครับ

CP Inter แนะนำอย่างไรบ้าง

ถ้าใครสนใจจะวางแผนในการศึกษาต่อต่างประเทศแล้วล่ะก็ แนะนำให้มาติดต่อสอบถามที่ CP ได้เลยครับ รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง เพราะที่นี่มีความเป็นมืออาชีพมากๆครับ ตอบโจทย์นักเรียนได้ทุกอย่างวางแผนให้ได้อย่างดี และแนะนำผมกระทั่งสิทธิประโยชน์ต่างๆที่จะได้รับ หลังจากการลงเรียนระดับปริญญา2ปีแล้วนั้น ผมสามารถได้ทำงานต่อที่นี่อีก 2 ปี ที่เรียกว่า “Post Study work, Subclass 485”

 

เรียนจบแล้วมีวางแผนอย่างไรบ้าง

หลังเรียนจบป.โทแล้ว ผมจะต้องหางานทำและอยู่ที่นี่ต่ออีก 2 ปี ตามโปรแกรมที่วางไว้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ได้เตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้าครับ
ขอบคุณพี่ๆที่ซีพีมากเลยนะครับ”

...
อ่านต่อ

“ผมได้มีโอกาสไปศึกษาที่ซิดนีย์ ออสเตรเลียมา 4 ปีแล้วครับ เริ่มแรกตั้งแต่เรียนภาษาอังกฤษ จากที่พื้นฐานผมไม่ดีเลย จนกระทั่งตอนนี้ ผมกำลังเตรียมตัวเข้าเรียนระดับปริญญาตรีสาขาด้านดนตรีที่ผมรักและถนัด

 

ไปเรียนที่ออสเตรเลียเป็นยังไงบ้าง

การได้มาเรียนที่ออสเตรเลียนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และสนุกมากๆครับ และการมาที่นี่ทำให้เรารู้ว่าเราอยากเรียนด้านไหน เพราะการทำอะไรด้วยตัวเองทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น

 

 

ทำให้เราต้องดูแลจัดการเรื่องของตัวเอง ช่วยเหลือตัวเอง แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น มากกว่าตอนที่ยังอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่เมืองไทยครับ
แต่ว่าทุกครั้งที่มีปัญหา ผมก็จะปรึกษาพี่ที่ซีพีทุกครั้งครับ ไม่ว่าจะเรื่องหาที่พัก ย้ายที่อยู่ เรียนมีปัญหา วางผนการเรียน ต่อวีซ่า และทุกอย่างเลยก็ว่าได้ครับ เวลาผม homesick บางครั้งก็ได้พี่ที่ซีพีนี่แหล่ะครับคอบให้กำลังใจ cheer up ให้ผมสบายใจมากขึ้นซึ่งที่บ้านก็วางใจและสบายใจมากๆที่ผมได้ตัดสินใจให้ซีพีช่วยวางแผนอนาคตของผม จนมีทุกวันนี้ได้

 

 

CP Inter แนะนำอย่างไรบ้าง
พี่ๆทุกคนน่ารักครับให้คำแนะนำ ให้คำปรึษาแนะแนวเรื่องโรงเรียน ช่วยผมได้เยอะมากเลยครับ

 

ฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะไปศึกษาต่อต่างประเทศบ้าง

ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม เรามีโอกาสก็ใช้โอกาสนั้นให้คุ้มค่าครับ ทำอะไรที่ไม่เคย พบเจอคนจะหลายประเทศ พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และฝากซีพีไว้ด้วยนะ ครับ ขอบคุณครับ”
 

...
อ่านต่อ

ตั้งแต่ตัดสินใจมาเรียนที่ออสเตรเลีย ก็ได้รับคำปรึกษาจากพี่ที่ซีพีและให้คำแนะแนวเรื่องเรียนและการเตรียมเอกสารขอวีซ่าอย่างมืออาชีพค่ะ พี่ที่ซีพีใส่ใจในทุกรายละเอียดทุกขั้นตอนมากๆค่ะ ช่วยดูแลจัดการทุกอย่างให้จนเรารู้สึกว่าการมาเรียนต่อต่างประเทศนั้นมันไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยแต่ถ้าทำเรื่องเองก็อาจจะไม่ราบรื่นเท่านี้

 

ตอนนี้เรียนอยู่ที่ไหน

ตอนนี้เรียนที่อิมแพคเมลเบรินค่ะ สนุกมากๆ มีเพื่อนๆหลายสัญชาติ และมีกิจกรรมทำทุกวัน รู้สึกว่าออสเตรเลียเป็นเมืองที่น่าอยู่มากเลยค่ะ

 

พูดถึงพี่ๆ CP Inter หน่อย

เพื่อนๆคนไหนสนใจอยากเพิ่มทักษะความรู้ภาษาอังกฤษ แนะนำเลยให้มาเรียนที่ประเทศที่เค้าเป็นเจ้าของภาษานะคะ จะได้ฝึกพูด อ่าน เขียน ทุกวันเลยค่ะ
และอย่าลืมติดต่อซีพีนะคะ ที่นี่ดูแลดีมากเลยค่ะ และเรียนที่อิมแพคนี้ก็สอนดีมากค่ะ คุณครูน่ารักทุกคนและสอนเข้าใจง่ายค่ะ นักเรียนในห้องเรียนก็น้อย ทำให้ไม่เขินเวลาเรียนกับครูค่ะ

...
อ่านต่อ

"This is the vacation time เวลานี้ช่างมีความหมาย’’ เชื่อว่าเพื่อนๆคงรู้จักเพลง Vacation Time เพลงประกอบภาพยนตร์ ฟรีแลนซ์...ห้ามป่วย...ห้ามพัก...ห้ามรักหมอ ที่ฮิตจนกลายเป็นเพลงโปรดของใครหลายคน ซึ่งจริงๆแล้วเพลงนี้มีต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ ขับร้องโดยวง Part time musicians วงอินดี้ขวัญใจเด็กแนว แต่เอ๊ะ! แล้วเกี่ยวอะไรกับบทความ CP Successful Stories ล่ะ ก็เพราะวันนี้เราจะพาไป Take Vacation Time ที่เมลเบิร์น กับคุณนิค ธาฤทธิ์ นักร้องนำจาก Part time musicians กันยังไงล่ะ คุณนิค เป็นนักเรียนจาก CP Inter ที่ไปเรียนด้าน Song Writing กับ JMC Academy สถาบันชื่อดังจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ว่าการไปเรียนด้านดนตรีที่ต่างประเทศจะเป็นยังไงนั้นตามมาเลย

 

 

แนะนำตัวหน่อยครับ

สวัสดีครับ ผมชื่อ นิค ธาฤทธิ์ ครับ จบการศึกษา Diploma สาขา Song Writing ที่ JMC Academy มาครับ ปัจจุบันก็ยังคงทำเพลงเหมือนกับก่อนไปเรียนครับ

ทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนที่ JMC ครับ

เราอยากลองไปสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตที่ Melbourne ซึ่งเป็นเมืองที่เราชอบอยู่แล้ว บวกกับที่ JMC ก็เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านดนตรี และมีสาขาที่เราอยากเรียนด้วยก็คือ Song Writing ครับ หรือการแต่งเพลงนั่นเอง (ยิ้ม)

ได้อะไรกลับมาปรับใช้บ้างครับ

แรงบันดาลใจกับแนวคิดในการทำงานครับ อย่างที่ไปเรียนเราก็ได้ขั้นตอนใหม่ๆในการทำเพลง รวมถึงการใช้ชีวิตที่เมลเบิร์นก็ทำให้เราได้ไอเดียดีๆมาด้วย เราคิดว่ามันสำคัญกับการทำงานนะ การที่เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มันจะทำให้เกิดการพัฒนาครับ

 

 

แล้วเคยเรียนด้านนี้ที่ไทยไหมครับ

ไม่เคยเลยครับ เราอยากพัฒนาตลอดเวลา เลยเลือกจะมาเรียนในสิ่งที่ไม่เคยเรียนนี่แหละครับ (หัวเราะ)

ชีวิตที่เมลเบิร์นเป็นไงบ้างครับ

ดีมากๆครับ ระบบอะไรทุกอย่างดี น่าอยู่น่าอาศัย เวลาว่างเราก็พยายามไปดูคอนเสิร์ตด้วยครับ ทั้งวงอิสระและวงดังๆด้วย เป็นประสบการณ์ที่ดีครับ

วงการดนตรีที่นั่นเป็นไงบ้าง

ก็ยังดีกว่าบ้านเรามากครับ แต่อย่างไรก็ตามทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการสร้างผลงานก็คือคนครับ ซึ่งจะเป็นชาวต่างชาติหรือชาวไทยเราก็คนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า

เพลง Sunny Day เพลงใหม่ของคุณนิค ได้ทำตอนช่วงที่อยู่เมลเบิร์นหรือเปล่าครับ
ใช่ครับ พอเราอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีก็จะเกิดพลังที่ดีตามมาครับ เป็นเหมือนของขวัญที่ได้จากการไปเรียนที่เมลเบิร์นเลยครับ (ยิ้ม)

 

 

อัพเดทชีวิตตอนนี้ให้ฟังหน่อยครับ
ตอนนี้ก็กลับไทยแล้วครับ ยังคงเล่นดนตรีทำเพลงเหมือนเดิม ในส่วนที่อยากพูดถึงและฝากไว้ก็คงมีแค่เรื่องเพลงครับ ฝากวง Part Time Musicians กับ temp. ด้วยครับ ขอบคุณครับ (ยิ้ม)
 

ทำไมถึงตัดสินใจใช้บริการของ CP Inter ในการไปเรียนที่ JMC ครับ
เราติดต่อกับ JMC เองครับในช่วงแรก แล้วทางนั้นก็ได้แนะนำตัวแทนที่ไทย ที่สามารถช่วยเราดำเนินการทางเอกสารให้เราเพื่อลดความวุ่นวายในกระบวนการไปได้ครับ ซึ่งก็คือ CP Inter ก็รู้สึกดีที่ได้มาใช้บริการเพราะดำเนินเรื่องได้เร็วมากครับ (ยิ้ม)
 

พูดเชิญชวนให้เพื่อนๆลองมาเรียนที่ JMC หน่อยครับ
ส่วนที่ผมประทับใจที่สุดคืออาจารย์ผู้สอนที่ JMC มีคุณภาพและใส่ใจนักเรียนมากครับ ในส่วนอื่นอยากให้ลองค้นหาข้อมูลหลักสูตรดูว่า JMC เหมาะกับคุณรึเปล่า ถ้าใช่แล้วก็ลองติดต่อ CP Inter เลยครับ
 

การสร้างสรรค์ผลงานดีๆในแต่ละชิ้น อาจเกิดจากการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆก็เป็นได้ ถ้าเพื่อนๆอยากพบเจอแรงบันดาลใจดีๆก็ลองค้นหาตัวเองหรือมาเรียนต่อต่างประเทศด้วยหลักสูตรที่สนใจดูนะ เหมือนคุณนิค Part time musicians ที่ต้องการต่อยอดความสามารถตัวเองและตามหาบรรยากาศใหม่ๆในกาทำเพลง ถ้าอยากตามความฝันแบบคุณนิค ละก็ติดต่อ CP Inter เลย

...
อ่านต่อ

การเรียนพยาบาลที่ออสเตรเลียจะได้วุฒิที่สามารถทำงานสายนี้ได้ทั่วโลก นอกจากนี้พยาบาลยังเป็นอาชีพที่ขาดแคลนในออสเตรเลีย จึงมีนักศึกษาจากหลายชาติเข้ามาเรียนกัน น้องคีตา อินทรนันท์ นักเรียนจาก CP Inter สาขาเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งคนที่สนใจอยากศึกษาต่อด้านพยาบาล จึงเลือกเรียน Diploma of Nursing ที่ TAFE NSW เมืองซิดนีย์ โดยไม่ได้จบด้านพยาบาลมาก่อน มาฟังความรู้สึกของน้องคีตา เมื่อได้ไปเรียนด้านพยาบาลที่ออสเตรเลียกันดีกว่าว่าต้องปรับตัวยังไงบ้าง และมีเคล็ดลับอะไรที่สามารถเรียนได้อย่างสำเร็จ

 

 

แนะนำตัวหน่อยครับ

สวัสดีค่ะ ชื่อน.ส.คีตา อินทรนันท์ อายุ 23 ปี ตอนนี้เรียนอยู่ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียค่ะ เรียน Diploma of Nursing ที่ TAFE Ultimo campus ค่ะ

 

ทำไมถึงเลือกเรียนพยาบาลที่ออสเตรเลียครับ
เพราะว่าเรียนพยาบาลที่ออสเตรเลียเป็นหลักสูตรที่ทั่วโลกยอมรับมากกว่าค่ะ ถ้าลงทะเบียนกับสภาพยาบาลของออสเตรเลีย ใบประกอบวิชาชีพของเราจะใช้ได้ทั่วโลกค่ะ ตอนนี้ที่เรียนอยู่ก็มีเพื่อนในคลาสที่เคยเป็นพยาบาล (Registered nurse) จากประเทศตัวเองมาก่อนเยอะเหมือนกันค่ะ เขามาเรียนเอาวุฒิเพื่อจะทำงานที่นี่กัน เพราะพยาบาลที่นี่ค่าจ้างรายชั่วโมงก็สูงมากด้วยค่ะ

 

ได้เรียนพยาบาลที่เมืองไทยมาก่อนไหมครับ
บอกตรงๆคือไม่ได้เรียนค่ะ (หัวเราะ) จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพมาเมื่อปี 2015 แล้วก็ทำงานเป็นพนักงานโรงแรมที่กรุงเทพอยู่ 8 เดือนค่ะก่อนจะมาที่นี่

 

 

เล่าบรรยากาศในห้องเรียนหน่อยสิ เพื่อนๆอะไรแบบนี้  
จะพูดถึงบรรยากาศการเรียนก็แล้วกันค่ะ เพื่อนในคลาสใจดีกว่าที่คิดค่ะ ใจดีมากกกก เขารู้ว่าเราไม่ได้จบพยาบาลมาเพื่อนๆจะคอยถามตลอดเลยว่าไม่เข้าใจตรงไหนมั้ย ถ้าเราสงสัยอะไรเราถามเขา เขาก็อธิบายให้เราฟัง ช่วยเราสุดๆ ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีเลยค่ะ มีอะไรก็ช่วยกัน คอยถามกันตลอด

 

ซิดนีย์ในความรู้สึกของเราเป็นไงบ้าง
เป็นเมืองที่เปิดกว้างมากๆค่ะ อายุเท่าไหร่ก็เรียนได้เขาไม่ปิดกั้นเลย เพื่อนคลาสเดียวกันมีอายุ 30 เกือบ 40 ก็ยังมีค่ะ จะหน้าตาเป็นยังไง ชาติไหนเขาไม่สนค่ะขอแค่ให้ทำงานได้ และที่นี่จะทำอะไรเขารับตรงตามวุฒิการศึกษาหมดเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าใครเรียนอะไรมาก็ได้ แค่อยากทำงานเป็นช่างเสริมสวยยังต้องเรียนจบ Certificate เสริมสวยเลยค่ะ ชอบตรงนี้นะคะเพราะคนที่เรียนจบก็จะมีงานรองรับ ไม่มีใครแย่งงานกัน แฟร์ๆดี

 

อัพเดทชีวิตที่ซิดนีย์ให้ฟังหน่อยครับ
ตอนนี้ยังไม่มีงานทำค่ะเ พราะเดี๋ยวเดือนหน้าจะต้องฝึกงาน คือ TAFE จะส่งเราไปฝึกงานตามบ้านพักคนชรา ตามโรงพยาบาลค่ะ กะว่าฝึกงานเสร็จจะส่ง resume ไปสมัครตามบ้านพักคนชราค่ะ ช่วงนี้ก็นั่งอ่านหนังสืออย่างเดียวเลยค่ะเพราะเราต้องทำการบ้านหนักกว่าคนอื่น บางคนเขาใช้ภาษาอังกฤษมาตลอด บางคนเขาอยู่ซิดนีย์มาหลายปี หนูเพิ่งมาถึงได้สองเดือน อย่าว่าแต่ศัพท์แพทย์ศัพท์เทคนิคเลยค่ะ ชีวิตประจำวันบางทีก็ยังปรับโหมดสมองไม่ค่อยทัน (หัวเราะ)

 

 

ได้ไปเที่ยวที่ไหนมาละบ้าง ประทับใจที่ไหนเป็นพิเศษ
ไปเที่ยวหลักๆก็ Circular Quay ค่ะ นั่ง ferry ไปลงที่สถานีใกล้ Opera house ไปดูวิว เดินเล่นสวนสาธารณะ แล้วก็ไปเดินเล่นตาม Beach แถวฝั่ง Northern beaches ค่ะ บางทีก็นั่งรถเมล์ไปเดินเล่นหาด Manly แล้วก็เดินเล่นแถว Dee Why, Collaroy สวยดีค่ะ เมืองน่าอยู่มาก ชายหาดก็อากาศดีค่ะ

 

มีแผนหลังเรียนจบที่ TAFE NSW ไหม
ที่สมัครไว้ตั้งแต่ก่อนมาที่ซิดนีย์เป็นโปรแกรม Diploma-to-degree ค่ะ จบ Diploma ปุ๊บก็ต่อ Bachelor of Nursing ที่ University of Technology Sydney (UTS) อีก 2 ปี แพลนคร่าวๆว่าเรียนจบได้ Diploma in Nursing ก็จะลงทะเบียนทำงานเป็น Enrolled nurse ไปก่อนค่ะ รอเรียนจบ Bachelor แล้วค่อยลงทะเบียนทำงานเป็น Registered nurse ค่ะ

 

พูดถึงพี่ๆ CP Inter หน่อย
พี่ๆที่ CP Inter เชียงใหม่ใจดีมากเลยค่ะ เดินเรื่องไวมาก ช่วยเราทุกเรื่อง ดูแลเคสตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันก็ยังดูแลอยู่เลยค่ะ ชอบมากๆ ไม่ทิ้งเราให้คอยนาน อยากรู้อะไรตอบไวมาก ใส่ใจลูกค้า ถ้าไม่รู้ก็จะไปหามาให้เราจนได้ ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ

 

ฝากถึงเพื่อนๆที่อยากมาเรียนที่ซิดนีย์สักนิดนึง
ภาษาอังกฤษสำคัญมากนะคะ ถ้าเราเรียนภาษาอังกฤษมาจากที่ไทยเลยจะประหยัดเวลากับค่าใช้จ่ายไปเยอะเลยค่ะ เวลาหางานที่นี่ถ้าภาษาอังกฤษได้ประมาณนึงแล้วจะหางานง่ายกว่าค่ะ แต่ถ้าอยากมาเรียนภาษาอังกฤษที่นี่ก็อดทนนะคะ สำเนียงฝรั่งออสซี่ฟังยากมากค่ะตอนมาแรกๆ แต่ไม่ยากเกินไปค่ะ คนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้

 

การเรียนต่อด้านที่เราไม่ได้จบมาไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินความสามารถหากแต่ใจเรามีความพยายามมากพอ CP Inter เชื่อว่าเพื่อนๆก็สามารถทำได้เช่นกันนะ เช่นเดียวกับน้องคีตาที่พยายามปรับตัวเพื่อจะเรียนด้านพยาบาลในออสเตรเลียให้ได้ แล้วเพื่อนๆล่ะอยากเรียนต่อด้านอะไรที่ออสเตรเลีย ปรึกษาพี่ๆ CP Inter ได้เลยตอนนี้

 

...
อ่านต่อ

CP International เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนกำลังเลือกตัดสินใจอยู่แน่ๆว่าไปเรียนภาษาอังกฤษที่ออสเตรเลียจะดีไหมนะ แล้วไปเมืองไหนดีล่ะ แล้วจะเรียนที่ไหน เอาแบบสถาบันภาษาหรือศูนย์สอนภาษาในมหาวิทยาลัยดี ก่อนตัดสินใจมาลองอ่านเรื่องราวสนุกๆในคอลัมน์ CP Successful Story กับบทสัมภาษณ์แบบ Exclusive ที่เจาะลึกถึงชีวิตการเรียนต่างแดน รวมไปถึงการเรียนการสอนในสถาบันนั้นๆจะตอบโจทย์ใครได้บ้าง

วันนี้ CP International จะพาไปคุยกับน้องไอซ์ ณัฐพงศ์ หนุ่มเชียงใหม่ ถึงมุมมองที่หลากหลายกับชีวิตในเมลเบิร์น การปรับตัว การพัฒนาด้านภาษา รวมไปถึงประเด็นความแตกต่างของการเรียนภาษาอังกฤษระหว่างสถาบันภาษาและศูนย์ภาษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนหน้านี้น้องไอซ์เคยเรียนภาษาอังกฤษในสถาบันภาษาที่ซิดนีย์มาแล้ว ก่อนที่จะมาเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งที่ศูนย์สอนภาษาของมหาวิทยาลัย Swinburne University ในเมลเบิร์น

 

 

แนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จักหน่อยครับ
-ไอซ์ครับ ปีนี้อายุ 24 จบปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนนี้ตัดสินใจมาเรียนต่อที่เมลเบิร์นครับ (ยิ้ม)

 

ครั้งแรกที่ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ซิดนีย์เป็นไงบ้าง
-ก่อนหน้านี้ได้ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ซิดนีย์ ซึ่งที่จริงแล้วต้องการแค่ไปฝึกษาเฉยๆ เลยเรียนที่สถาบันที่ไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัย การปรับตัวก็ไม่ยากเลย วัฒนธรรมที่นั่นมีความเป็นเอเชียผสมอยู่เยอะมาก ทั้งอาหารไทย อากาศก็ไม่หนาวมาก คล้ายๆหน้าหนาวในภาคเหนือของไทยครับ (หัวเราะ)  แต่ที่ลำบากคือค่าเช่าบ้านค่อนข้างแพงถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ  ส่วนภาษาอังกฤษก็ดีขึ้นจากตอนแรกที่แทบไม่ได้เลย พอไปเรียนก็พัฒนาขึ้นบ้าง สถาบันที่ไปเรียนก็มีทั้งเพื่อนคนจีนและไทยเป็นส่วนใหญ่
 

แล้วทำไมถึงเลือกที่จะย้ายไปเมลเบิร์น
-หลังจากได้ไปเรียนที่ซิดนีย์ก่อนหน้านี้แล้ว รู้สึกว่ามีความต้องการเรียนต่อเลยคิดว่าอยากจะกลับไปออสเตรเลียอีกครั้งบวกกับเคยมีเพื่อนที่เคยเรียนที่เมลเบิร์นบอกถึงความน่าอยู่ เลยอยากลองมาอยู่บ้าง (หัวเราะ)

 

มาเรียนที่ศูนย์สอนภาษาของ Swinburne University เป็นยังไงบ้าง
-อย่างแรกเลยคือชอบแคมปัสของที่นี่ออกแนวโมเดิร์น มันสวยมากทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่พอสมควร
สื่อ อุปกรณ์สำหรับการเรียนทุกอย่างทันสมัยมากๆ เช่น ห้องคอมหรือห้องสมุด รองรับความต้องการของนักเรียนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟและป้ายรถราง ง่ายต่อการเดินทางมาเรียน โดยเฉพาะสถานีรถไฟที่นี่ผ่านกลางมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว
ส่วนของการเรียนนั้น อาจารย์สอนดี เอาใจใส่นักเรียนดีมาก เป็นกันเองสุดๆครับ บรรยากาศในห้องเรียนถือว่าเยี่ยมเลย ทุกคนกล้าที่จะถามตลอดเวลาหากสงสัย นักเรียนส่วนใหญ่ในห้องมาจากแถบอเมริกาใต้ และเวียดนาม โดยเฉพาะเพื่อนจากอเมริกาใต้จะพูดภาษาอังกฤษเก่งทำให้เราได้ฝึกไปในตัว แถมยังได้ภาษาสเปนอีกเพราะคนอเมริกาใต้ใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก (หัวเราะ) นอกจากนั้นยังมีชั่วโมงสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบ e-leaning ของมหาวิทยาลัยซึ่งที่นี่เรียกกันว่า Blackboard ช่วยเสริมทักษะเพิ่มเติมจากการเรียน ส่วนภาษาก็พัฒนาขึ้นเยอะมาก บางทีอาจะเป็นเพราะตั้งใจขึ้นกว่าเดิม เพราะจุดประสงค์ในการเรียนรอบนี้เป็นการเรียนเพื่อใช้ต่อในมหาวิทยาลัย

 

แล้วความแตกต่างของการเรียนภาษาอังกฤษระหว่างสถาบันภาษากับศูนย์ภาษาในมหาวิทยาลัยแตกต่างกันยังไง

-การเรียนภาษาในสถาบันภาษาของมหาวิทยาลัยนั้นจะมีข้อดีตรงที่หากเรียนจนถึงระดับที่กำหนดก็สามารถที่จะผ่านเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆได้เลยหรือที่เรียกว่าระบบ Pathway หรือ Direct Entry ซึ่งสถาบันภาษาที่ไม่ได้เป็นของมหาวิทยาลัยโดยตรงบางแห่งอาจไม่มีระบบนี้จึงอาจเหมาะสำหรับการเรียนเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว แต่สถาบันภาษาบางแห่งแม้อาจไม่ใช่ของมหาวิทยาลัย ก็มีมหาวิทยาลัยที่เค้าเป็น Partner และใช้ระบบ Pathway ได้เช่นกันครับ

 

แล้วชีวิตตอนนี้ที่เมลเบิร์นล่ะเป็นไงบ้าง
-ดีมากเลยครับ ช่วงมาแรกๆก็ยังไม่ค่อยมีเพื่อนแต่พออยู่ไปก็เริ่มรู้จักคนมากขึ้น เลยได้ไปกินข้าว,เที่ยวด้วยกัน ซึ่งก็ได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย (ยิ้ม)

 

พูดถึงที่พักและการเดินทางในเมลเบิร์นหน่อย 
-เมลเบิร์น มีบัตรเดินทางที่สามารถขึ้นได้ทั้งรถบัส รถไฟ หรือรถราง แบบรายเดือนจึงไม่ต้องกังวลในส่วนของระยะทางหรือจำนวนครั้งในการเดินทาง ซึ่งราคาประมาณ 140 เหรียญสำหรับการเติมแบบ 30 วัน
ส่วนเรื่องการหาบ้านพักนั้นมีบ้านคนไทยปล่อยให้เช่าเยอะมาก ราคาประมาณ 125-175 เหรียญต่อสัปดาห์ การใช้จ่ายต่อวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 15-35 เหรียญ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์รายจ่ายผมค่อนข้างน้อย เพราะตื่นสาย (หัวเราะ) แต่ดีครับประหยัด ไม่ต้องเสียตัง !
 

เล่าเหตุการณ์สุดมันส์ในเมลเบิร์นให้ฟังหน่อย
ฤดูหนาวที่นี่อากาศตอนเช้าอุณภูมิประมาณ 2-4องศา ผมเลยท้าทายด้วยการนั่งรถไฟและแวะเที่ยวซะเลย โดยเดินทางจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมลเบิร์นมายังทางตะวันออกเฉียงใต้ ภายในวันเดียว สนุกมาก! คือบัตรเดินทางแบบรายเดือนต้องใช้ให้คุ้มนะ เพราะนั่งเท่าไหร่ก็ได้ (หัวเราะ)

 

ทำไมถึงเลือกใช้บริการกับ CP International
ตอนแรกมีคนแนะนำมา ที่จริงตอนแรกก็ยังไม่รู้จัก แต่พอลองเข้ามาใช้บริการแล้วรู้สึกดีมากครับ บริการดีสุดๆ มีสาขาที่เชียงใหม่ด้วย พี่เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาดีมาก และติดตามเรื่องให้ตลอด ช่วยประสานระหว่างนักเรียนกับมหาวิทยาลัยได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมีการแนะนำเรื่องอื่นๆแม้จะไม่เกี่ยวกับการลงทะเบียนก็ตาม คือโทรหรือไลน์ไปปรึกษาได้ตลอดเลยครับ ดีจริงๆ

วางแผนหลังจากจบคอร์สนี้ยังไงบ้าง
-วางแผนจะเรียนให้จบระดับปริญญาโทที่ Swinburne University นี่แหละครับส่วนอนาคตก็จะกลับไปทำงานที่เราชอบที่ไทยพร้อมกับความรู้ที่ได้มาจากออสเตรเลีย
 

สุดท้ายแล้วอยากฝากอะไรกับเพื่อนๆ ที่สนใจมาเรียนภาษาที่เมลเบิร์น
-เมลเบิร์นเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยศิลปะ บางอย่างก็เป็นแบบนั้นของมันโดยที่หาเหตุผลไม่ได้ ทุกอย่างกลมกลืนกันอย่างลงตัว คือมันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ถ้าอยากสัมผัสมันจริงๆล่ะก็มาที่นี่ซะเลยสิ เข้าไปที่ CP International ตอนนี้เลยแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง 

 

และนี่ก็เป็นเรื่องเล่าจากน้องไอซ์ นักเรียนจาก CP International ของเรา เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงได้รับรู้ประสบการณ์ดีๆเผื่อจะได้เป็นไอเดียในการไปเรียนต่อต่างประเทศของเพื่อนๆบ้างแล้วล่ะ ถ้าอยากไปใช้ชีวิตแบบน้องไอซ์ ติดต่อ CP International เลย

...
อ่านต่อ

อินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นช่องทางหลักสำหรับการค้นหาข้อมูลเรียนต่อต่างประเทศในยุคปัจจุบันนี้ไปแล้ว เพราะทั้งสะดวก รวดเร็วและข้อมูลมากมายจากหลากหลายสื่อ นักเรียนหลายคนจึงได้รู้จักและเลือกเอเจ้นท์จากช่องทางนี้ แต่การจะเลือดเอเจ้นท์ให้โดนใจคุณนั้น บางทีก็ต้องลองผิดลองถูกกันไป

วันนี้ CP International เลยขอแนะนำให้รู้จักกับคุณโบ๊ท พยาบาลวิชาชีพจากมหาสารคามที่ค้นหาข้อมูลเรียนต่อด้วยตนเองจนไปสะดุดที่บทความในบล็อกของคุณหมอวีซ่าเข้า ทำให้เขามั่นใจและเลือกใช้บริการของ CP International ไปฟังบทสัมภาษณ์จากปากคุณโบ๊ทได้เลยครับ

 

 

 

ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ

สวัสดีครับชื่อประพันธ์พงษ์ ประกิระนะ (โบ๊ท) ตอนนี้อายุ 33 ปี ปัจจุบันก็ทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพ

ภาษณ์ถึงคามประทับใจในการใช้บริการกับ CP Inter อยู่ที่จังหวัดมหาสารคามครับ

 

ทำไมถึงเลือกไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย

โดยส่วนตัวแล้วเนี่ยทำงานด้านการพยาบาล ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่าประเทศไทยของเราได้เปิดสังคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือว่า "AEC" ซึ่งตรงนี้นี่เองที่จำทำให้คนไข้หรือผู้รับบริการประเทศเพื่อนบ้านได้เดินทางมารับบริการในประเทศไทยมากขึ้น การที่เรามีความรู้ภาษาอังกฤษจะทำเป็นการเพิ่มพูนทักษะทางด้านวิชาชีพมากยิ่งขึ้น เพราะภาษาอังกฤษจะเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างตัวผู้ให้บริการเองและก็ผู้รับบริการจากที่ต่างๆ ด้วยครับ

 

มีวิธีหาข้อมูลเรียนต่อยังไงบ้างครับ

ในเบื้องต้นผมก็หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตครับ เมื่อลองเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ แล้วเนี่ย ก็คิดว่าออสเตรเลียนี่แหละลงตัวกับเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการเดินทาง ห่างจากประเทศไทยไม่มาก การเดินทางไปมาก็สะดวกสบาย อีกอย่างคือสภาพแวดล้อมของออสเตรเลียก็เป็นประเทศที่น่าอยู่ เพราะจากที่ research มาออสเตรเลียมีเมืองที่ติดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอยู่หลายเมืองเลยทีเดียว ตรงนี้จึงทำให้เราคิดว่าจะเป็นการปรับตัวที่ไม่ยากจนเกินไปสำหรับการเริ่มศึกษาต่อในต่างแดนครั้งนี้

 

 

รู้จัก CP Inter ได้ยังไงครับ

ต้องเท้าความกลับไปก่อนว่า..ตอนแรกเลยตอนที่สนใจจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็ลองไปค้นหาข้อมูลดูแล้วได้ไปเจอ blog ของคุณหมอวีซ่า ก็เลยตามกลับไปอ่านเรื่องราวต่างๆ ที่คุณหมอได้เขียนไว้ ทำให้เรามั่นใจว่า CP Inter นี่แหละน่าจะตอบโจทย์เรามากที่สุดคือมีผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและเป็นผู้ที่ได้รับการจดทะเบียนที่ถูกต้องตามกฏหมายของออสเตรเลียอีกทั้งยังเป็นผู้คว่ำหวอดในเรื่องการทำวีซ่าให้กับนักเรียนมาเป็นระยะเวลายาวนาน ตรงนี้ยิ่งทำให้เราอุ่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราจะได้รับเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

 

พบปัญหาเรื่องวีซ่าอะไรไหมครับ

ปัญหาไม่มีเลยครับกับ CP Inter เพราะตั้งแต่วันแรกที่เลือกเข้ามาปรึกษากับที่นี่ก็มีพี่แนะแนวที่คอยให้ความช่วยเหลือ รู้สึกประทับใจตั้งแต่วันแรกเลยเพราะว่าพี่เขาก็ให้คำปรึกษาตั้งแต่วิธีการเลือกสถาบันเลยครับว่า สถาบันนี้มีจุดเด่นยังไง ราคารับได้ไหม ก็คือได้ข้อมูลที่เยอะมากจากพี่เขานะครับ

 

 

หลังจากที่ได้รับวีซ่ารู้สึกยังไงบ้างครับ

ตอนแรกที่พี่เขาไลน์ไปบอกว่าวีซ่าผ่านแล้ว! รู้สึกดีใจมาก เพราะตอนนั้นขับรถอยู่ยังไม่ได้กลับไปเช็คเมล์อะไรเลย พอลองกลับไปเช็คก็ปรากฏว่าได้รับวีซ่าเรียบร้อยแล้ว รู้สึกขอบคุณ CP Inter มากๆ ตั้งแต่การดำเนินการเริ่มแรกจนได้รับวีซ่าครับ

 

ทำไมถึงเลือกไปเรียนที่ ELSIS

ที่เลือกเรียนที่ ELSIS เพราะว่าสถาบันนี้เปิดมานานตั้งแต่ปี 1991 อาจารย์มีความเชี่ยวชาญทางด้านการสอนภาษาอังกฤษโดยตรง ในเรื่องของ nationality mix มีนักเรียนไทยแค่ 4% เท่านั้น ทำให้เราบังคับตัวเองในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ แล้วที่สำคัญโรงเรียนอยู่ในย่าน CBD ใจกลางเมือง เดินทางสะวดกมากเลยครับ

 

 

เล่าถึงความประทับใจกับ CP Inter

CP Inter เป็นเอเจ้นท์ที่มีจรรยาบรรณในการทำงานคือให้คำแนะนำที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี อันที่สองก็คือเรื่องการให้คำแนะนำสถาบันที่นี่จะมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ และจะแจ้งให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าสมัคร ค่าประกันสุขภาพต่างๆ ตั้งแต่ตอนแรกเลย ทำให้เราสามารถวางแผนในด้านการเงินและก็การเตรียมตัวในการเดินทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ครับ

อยากฝากอะไรถึงคนที่สนใจไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย

สำหรับคนที่สนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียนะครับไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ปริญญาตรี โท เอก หรือสายวิชาชีพต่างๆ อยากแนะนำให้มาใช้บริการที่ CP Inter นะครับ เพราะที่นี่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวีซ่าก็คือคุณหมอวีซ่านะครับ เป็นเอเจ้นท์ที่ได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของทั้งประเทศไทยและออสเตรเลีย ดังนั้นเราไม่ต้องห่วงเลยนะครับด้านข้อมูลต่างๆ กฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี CP Inter เขาอัพเดตให้ตลอดเลยครับ

 

 

...
อ่านต่อ

นิวยอร์ก! มหานครในฝันที่หลายต่อหลายคนอยากมาศึกษาต่อที่นี่ หากจะให้บรรยายข้อดีของมหานครแห่งนี้แล้ว คงจะมีเรื่องดีๆให้พูดถึงไม่จบแน่ๆ แต่ถ้าพูดถึงการมาเรียนภาษาที่นิวยอร์กล่ะ มันจะน่าตื่นเต้นแค่ไหน ลองมาฟังเรื่องเล่ามันส์ๆจาก น้องต้อง ภากร ภู่เจริญ นักเรียนจาก CP International ที่ได้ไปเรียนภาษาที่ Kaplan English School ที่นิวยอร์ค น้องต้องจะมาเล่าประสบการณ์ดีๆจากการไปใช้ชีวิตแบบ New Yorker ที่เต็มไปด้วยสีสรรค์ของความทันสมัย พร้อมกับรีวิวส์การเรียนภาษาที่ Kaplan ที่เค้าเอ่ยปากบอกเองว่าพัฒนาขึ้นจนมั่นใจสุดๆ

 

 

แนะนำตัวหน่อยครับ
สวัสดีครับ ผมชื่อนายภากร ภู่เจริญ ชื่อเล่น ต้อง เรียนจบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร สาขาการจัดการเทคโนโลยีการเกษตร ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานเอกชนครับ

 

ทำไมถึงเลือกไปเรียนที่ New York
เหตุผลที่เลือกเรียนนิวยอร์ก เพราะว่าครั้งหนึ่งถ้าจะมีโอกาสได้เลือกแล้ว อยากไปเมืองที่ใครหลายๆคนวาดฝันว่าครั้งหนึ่งจะต้องไปให้ได้ ผมก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ใฝ่ฝันจะไปสัมผัสบรรยากาศความเจริญ ผู้คน สิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งวิวเมือง วิวธรรมชาติที่ผสมผสานอยู่ด้วยกันในป่าคอนกรีตแห่งนี้อย่างลงตัว

 

ปรับตัวยังไงบ้าง
เมื่อครั้งแรกไปถึงก็เรียกได้ว่า เป็นการเดินทางที่ยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของผม ได้สัมผัสอาการ Jet lag เป็นครั้งแรก บวกกับหูอื้อไปสามวัน เมื่อผมแตะแผ่นดินอเมริกาเป็นครั้งแรกในสนามบิน JFK นั้น ผมดีใจมากที่ได้มาเหยียบเสียที ตอนนั้น Panic มากครับ ทำไมพี่ตม.อเมริกาถามคนก่อนหน้าละเอียดมากๆ พอถึงผมโชคดีที่ไม่ได้สักถามอะไรมากนัก หลังจากนั้นผมก็ได้สัมผัสกับอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียสในเดือนมกราคม ชั่งเป็นหิมะที่ให้การตอนรับผมเป็นอย่างดี ก็คงไม่ต้องบรรยายนะครับว่าหนาวแค่ไหน ผมนี่รีบหาซื้อรองเท้าบูทและผ้าห่มในวันแรกครับ ผ่านไปก็เริ่มชิน จนกระทั่งนิวยอร์กอบอุ่นขึ้นมาในฤดูใบไม้ผลิครับ บอกเลยว่าสวยมากๆครับ ผมดั้งด้นอยากจะดูซากุระ ก็ไปถึงวอชิงตันดีซี สวยนะครับ แต่สุดท้ายกลับมาที่นิวยอร์ก ซึ่งสวยกว่ามากๆในสวน Brooklyn Botanic Garden ประทับใจอากาศที่เมืองนี้ครับ กิจกรรมในเมืองมีให้เลือกทำมาหมายทั้งกลางวันและยามค่ำคืน แต่หน้าร้อนบอกเลยครับ แดดแรงกว่าประเทศไทยครับ ส่วนเรื่องเพื่อน ผมพอใจมากๆเลย ในช่วงวันหยุดเรามักจะหากิจกรรมตามสวนสาธารณะเพื่อปิกนิค เล่น Pool รวมทั้งจัดทริปไปเที่ยวเมืองอื่นอย่างบอสตัน ฟิลาเดลเปีย ฟอริด้า ชิคาโก้ ซึ่งผมได้เพื่อนสนิทอยู่รอบโลกถึงแม้ผมจะกลับมาแล้วก็ยัง Keep in touch กับเพื่อนนานาชาติของผม อย่างน้อยก็ยังได้ใช้ภาษาอังกฤษ บ่อยครั้งที่เราผลัดการเย้าผลัดเยือนกันในประเทศของแต่ละคน เป็นอะไรที่หายากมากครับที่จะเดินทาง Backpack ไปประเทศอื่นแล้วมีคนรู้จัก สุดท้ายเรื่องเรียน บอกเลยว่าผมต้องปรับตัว เพราะคลาสที่เรียนค่อนข้างเข้มข้น เด็กแต่ละคนมีความ active สูงมาก ส่วนเรื่องภาษาอย่าไปกลัวครับ เริ่มต้นทุกคนสามารถสื่อสารได้แม้จะผิดแกรมม่า หรือมี pronunciation ที่แตกต่างกันไป พออยู่ไปก็จะเริ่มซึมซับสำเนียงจากเจ้าของภาษา ซึ่งผมถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดีของการเลือกเมืองใหญ่อย่างที่นี่ครับ

เรียนที่ Kaplan – New York เป็นไงบ้าง
เจาะลงไปเรื่องการเรียนที่ Kaplan บอกเลยว่าหลักสูตรที่นี่พร้อมมาก คลาสระดับต้นเน้นสนุกสนาน ให้นักเรียนได้รู้จักกัน ได้ทำกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียน พอขึ้นระดับสูงเนื้อหาจะเข้มข้นขึ้น เน้นที่ความถูกต้องและแนวคิด ตอนเช้าต้องแกะคำศัพท์จากหน้าหนังสือพิมพ์ และตีความหมายหน้าห้อง รวมทั้งการนำเสนอข้อมูลที่ได้รับหมอบหมายหน้าชั้นเรียน นอกจากนี้การดูแลเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ ประทับใจตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายเลยครับ Kaplan ตอนที่ผมไปมีถึง 3 สาขา ซึ่งก็มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนของอาจารย์และนักเรียนทำให้ได้พบเพื่อนและอาจารย์หลายคนครับ สถานที่เรียนของผมตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกมากครับ 

 

ชีวิตที่ New York เป็นไงบ้าง
นิวยอร์กเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายเสมอ อะไรที่เมืองอื่น ประเทศอื่นมี ที่นี่มีทุกอย่าง อาหารไม่ต้องกลัวเบื่อครับ มีทุกรูปแบบทั้งอาหารอเมริกา ไทย จีน อินเดีย บลาๆๆ กิจกรรมมีให้เข้าร่วมได้มากมายทั้งกลางวันและกลางคืน มีทั้งที่ฟรีและเสียเงินครับ อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบคือพิพิธภัณฑ์ที่นี่มีเยอะมาก และส่วนใหญ่เข้าฟรีหรือใช้การบริจาคครับ บอกเลยว่าผมยังเสียดายที่ไม่สามารถเข้าได้ครบทุกที่ รวมถึงสวนสาธารณะของที่นี่ หนีไม่พ้น Central Park ครับ มีหลายๆมุมที่สวยมาก อย่าง Meadow sheep ผมมักจะไปนอนใต้ต้นไม้อ่านหนังสือ บรรยากาศแบบทุ่งหญ้า หลายสนามฟุตบอล วิวด้านหลังเป็นตึกสูงตัดกับท้องฟ้า (มุมโปรดเลยครับ) 

การเดินทางคมนาคมที่ New York เป็นไงบ้าง
การเดินทางสะดวกมากๆครับ มี Subway กระจายไปอยู่ทุกจุดในเมือง ถึงแม้ว่าบางครั้งจะดีเลย์หรือปกสรกเมื่อเทียบกับบ้านเรา แต่ภาพรวมก็ยังพอใจครับ บางครั้งก็มีการแสดงฮิปฮอป หมุนราวในรถไฟฟ้า เปิดวิทยุ นี่เลยครับ เรียลนิวยอร์ก นอกจากนี้รถประจำทางของที่นี่ก็สะดวกครับ ผมเคยใช้บริการไปยังหาดแถว Rockaway beach บริการดีครับ การเดินทางเข้าและออกนิวยอร์กก็สะดวกครับ มีรถไฟไปถึง เลยได้มีโอกาสนั่งเครื่องบินไปยังเมืองอื่น พูดถึงการเที่ยวเมืองอื่น นิวยอร์กยังมีผู้ให้บริการรถบัสไปเมืองอื่นในราคาที่ถูกมากครับ

 

นอกจากที่ New York แล้ว เราได้ไปเที่ยวเมืองอื่นบ้างไหม
ประทับใจเมืองออแลนโด้ รัฐฟอริด้าครับ ถ้าพูดถึงที่นี่ ทุกคนจะรู้กันว่าเป็นเมืองสวนสนุก ผมได้มีโอกาสไปที่นั่น ก็หนีไม่พ้น Universal Studio และ Disney Land ครับ เป็นช่วงเวลาวันหยุดที่ผมและเพื่อนๆใช้ไปอย่างเต็มที่ บอกเลยครับว่าผมไปที่ละวัน เดินไม่ครบจริงๆครับ สิ่งที่แตกต่างกันคือ ออแลนโด้ อากาศร้อนกว่านิวยอร์กมากในช่วงซัมเมอร์ ในตอนที่ต่อแถวเล่นเครื่องเล่น ทำเอาผมและเพื่อนๆผิวเกือบไหม้ครับ 

จากวันนั้นถึงวันนี้ภาษาอังกฤษเป็นยังไงแล้วบ้าง
จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมมีความมั่นใจที่จะพูดคุยกับชาวต่างชาติ พร้อมที่จะช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่พบปะกันในกรุงเทพฯ ส่วนเรื่องภาษาโดยรวมผมรู้สึกได้ว่าดีขึ้นมากครับ การที่ได้ไปเรียนที่นิวยอร์กทำให้ผมได้รู้ว่าสำเนียนของเขาเป็นยังไง ที่เราพูดๆกันในไทย เขารู้เรื่องแค่ไหน และสุดท้ายก็จะทำให้เราปรับเปลี่ยนการพูดภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้นและชาวต่างชาติก็เข้าใจ ทำให้เราไม่ได้รู้สึกว่าเราพูดไม่รู้เรื่องหรือเปล่า

 

รู้จัก CP Inter ได้อย่างไร
ที่รู้จัก CP Inter ได้ ก็เพราะคุณน้าแนะนำครับ เนื่องจากที่ทำงานของน้าเป็นลูกค้าของที่นี่อยู่แล้วครับ จึงค่อนข้างมั่นใจว่า เลือกที่นี่ได้ไปถึงนิวยอร์กแน่นอน

บอกเพื่อนๆหน่อยว่ามาเรียนที่ Kaplan แล้วดียังไง
เรียนที่ Kaplan แล้วดีตรงที่โรงเรียนคัดคุณภาพของอาจารย์ที่สอน มีการจัดการที่ชัดเจน มีการแนะนำและวางแผนให้นักเรียนแต่ละคนตามที่ต้องการ อุปกรณ์สนับสนุนการเรียนถือว่าสูงกว่ามาตรฐาน ถ้าเทียบกันแล้วถือว่าคุณภาพเหมาะสมกับราคาครับ

 

เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ เรียกได้ว่าอ่านบทสัมภาษณ์น้องต้องจบแล้ว หลายๆ คนอยากไปเรียนภาษาที่ Kaplan และเปิดประสบการณ์ดีๆ ที่นิวยอร์กกับเขาบ้าง แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองเริ่มต้นจากการมาปรึกษาพี่ๆ CP Inter สิ รับรองว่าได้ข้อมูลและคำแนะนำดีๆ กลับไปแน่นอน

...
อ่านต่อ

ออสเตรเลียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องของเกษตรกรรม มีนักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลกเดินทางมาศึกษาศาสตร์ที่มีความทันสมัยและปรับใช้ได้จริงกันที่นี่ คุณท็อป นักเรียนจาก CP International ของเรา ก็เป็นอีกคนที่สนใจด้านเกษตรกรรมและอยากพัฒนาการเกษตรในบ้านเกิดที่ชลบุรี เลยเลือกเรียนหลักสูตร Master of Agriculture and Environment ที่ University of Sydney (USYD) มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of 8 ที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย มาฟังเรื่องราวของคุณท็อปกันดีกว่า ว่าการเรียนด้านการเกษตรในออสเตรเลียเป็นอย่างไร และต้องปรับตัวยังไงกันบ้างกับชีวิตที่ซิดนีย์

แนะนำตัวหน่อยครับ 
สวัสดีครับ ท็อปครับ จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา นาโน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ แล้วไปเรียนต่อ ปริญญาโททางด้านการเกษตร ที่ USYD (Master of Agriculture and Environment) ปัจจุบันดูแลธุรกิจของครอบครัว ทำการเกษตรด้านปาล์ม ยาง และ ผลไม้ ที่ชลบุรีครับ

 

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจไปเรียนหลักสูตร Master of Agriculture and Environment ที่ออสเตรเลียครับ
ตอบ การเกษตรที่ออสเตรเลียทันสมัยและก้าวหน้ามาก มีการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และมีสินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพส่งออกทั่วโลก ผมจึงอยากนำความรู้ทางการเกษตรของต่างประเทศมาปรับใช้และพัฒนาที่เมืองไทยครับ

 

การเรียนการสอนที่ USYD เป็นอย่างไรบ้างครับ
การเรียนที่ USYD เรียนค่อนข้างหนักครับ จะเน้นการอ่านงานวิจัยเชิงวิชาการแล้วนำมาวิเคราะห์พูดคุย และเขียนรายงานส่งครับ การเรียนคณะเกษตรที่นี่ มีออกไปดูงานบ่อย ดูแหล่งการผลิต ระบบการขาย รวมทั้งสถานที่วิจัยเกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลีย มาแรกๆค่อนข้างเครียดกับการเขียนรายงานมาก เพราะมีเยอะและต้องเขียนเป็นภาษาวิชาการซึ่งปกติไม่เคยได้เขียนแบบนี้มาก่อน

ปรับตัวยากไหมครับ
การใช้ชีวิตไม่ยากเท่าไหร่ครับ เพราะเมืองค่อนข้างปลอดภัย คนใจดี แต่ต้องหาที่อยู่เอง ทำอาหารเอง และดูแลตัวเอง โชคดีครับที่แฟนไปเรียนด้วยกันก็ช่วยๆกันครับ (ยิ้ม) ส่วนการเรียนก็ต้องปรับเยอะเลยครับเพราะไม่เคยเรียนแบบนี้มาก่อน มีเพื่อนๆจากหลายเชื้อชาติ หลายเชื้อชาติจริงๆครับ สาขาที่เรียนมี 11 คน มาจาก 8 ประเทศ ทั้งคนออสซี่เอง จีน ใต้หวัน แคนนาดา หรือ ไนจีเรียมีหมดครับ ก็เหมือนได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายจากเพื่อนๆไปด้วย

เล่าความแตกต่างของการเรียนไทยกับที่ออสเตรเลียหน่อยครับ
การเรียนที่เมืองไทยจะเน้นอ่านหนังสือสอบ ถ้าจำได้และเข้าใจก็ทำข้อสอบได้ แต่ที่ USYD อาจารย์จะให้หัวข้อมา เน้นให้เด็กหาความรู้เอง นำมาคิด พูดคุย วิเคราะห์ และอาจารย์จะคอยชี้แนะอธิบายสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจ การเรียนก็จะเรียนจากงานวิจัยใหม่ๆ และให้นักเรียนได้ทดลองและลงมือทำ เหมือนเรียนรู้และทำวิจัยไปด้วยกัน

 

สิ่งที่ยากที่สุดของการเรียนที่นั่นคืออะไรครับ
สำหรับผมเป็นภาษาครับ เพราะต้องอ่านและเขียนเยอะมาก อีกทั้งยังต้องพรีเซ้นบ่อยๆ

 

แล้วชีวิตที่ซิดนี่ย์เป็นไงบ้างครับ
ตอนเรียนก็คือต้องเรียนจริงๆครับ ถึงจะเรียนไม่ทุกวัน บางวันก็ครึ่งวัน แต่ทุกวันต้องตื่นมาหาข้อมูลหัวข้อที่ต้องเขียนรายงาน มีเพื่อนบางคนก็หอบหมอนหอบผ้าห่มไปอยู่ห้องสมุดทำงานค้างคืนตอนจะส่งงาน ส่วนตอนปิดเทอมก็ได้เที่ยวเยอะครับ ที่นี่อากาศส่วนมากดี แต่ถ้าร้อนก็จะร้อนมาก หนาวก็หนาวมากเหมือนกันครับ


 

อะไรที่ทำให้หลงรักซิดนีย์
ผู้คนครับ คนที่นี่น่ารักมาก เพราะสังคมเค้าเป็นสังคมหลากหลายเชื้อชาติ เค้าจะไม่ดูถูกคนต่างชาติ และพยายามที่จะเข้าใจ ยิ่งออกไปนอกเมืองหน่อย คนไม่รู้จักกันเดินผ่านกันก็ทักทายกันและยิ้มให้กันตลอดครับ อากาศที่นี่ส่วนมากดีครับ ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป อีกอย่างคืออากาศยังบริสุทธิ์ รถไม่ค่อยติด ระบบขนส่งสาธารณะดีมากครับ

 

ทำไมถึงมาเลือกใช้บริการกับ CP International ครับ 
ได้มีโอกาสไป CP Australia Education fair ปี 2014 ของ CP International พี่ๆ ที่ CP Inter ให้คำแนะนำ และบริการที่ดีมาก มีมหาวิทยาลัยของออสเตรเลียให้เลือกเยอะ เลยสมัครไว้ แล้วพี่ๆช่วยดำเนินเรื่องและให้คำปรึกษาจนเข้าเรียนได้ครับ

 

ฝากบอกเพื่อนๆหน่อยว่ามาเรียน USYD แล้วดียังไง
ชื่อเสียงและมารตฐานของ USYD ดีมากอยู่แล้วครับ มหาลัยสวยมาก คนไทยไม่เยอะ มีเพื่อนหลายเชื้อชาติ ได้ภาษาแน่นอน 

 

มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียเปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละหลักสูตรก็สามารถนำกลับมาทำประโยชน์ได้ที่บ้านเกิดของเรา เฉกเช่นเดียวกับคุณท็อป ที่นำเอาความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนที่ USYD กลับมาปรับใช้ทำการเกษตรที่ชลบุรี บ้านเกิดของตน ถ้าน้องๆ คนไหนมีฝัน และอยากออกไปเรียนรู้และรับประสบการณ์ดีๆ ที่ประเทศออสเตรเลียละก็ สามารถปรึกษาได้กับพี่ๆ CP International เพราะเราพร้อมให้ข้อมูลหลักสูตรที่ถูกต้องและชี้แนะเส้นทางให้คุณเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

...
อ่านต่อ

คงน่าจะมีสักแวบนึงในความคิดของเพื่อนๆที่ว่า ‘’อยากเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศจัง’’ และถ้าไปทั้งทีก็อยากเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกไปเลยใช่ไหมล่ะ แต่ว่ามันจะเป็นยังไงนะ เค้าจะเรียนหนักกันขนาดไหน เราจะได้อะไรใหม่ๆแบบที่เค้าว่าจริงหรือเปล่า วันนี้ CP International จะขอพาเพื่อนๆไปรู้จักกับคุณเบย์ - วัลลภา ประภากมล ศิษย์เก่าปริญญาโทด้าน Education จาก The University of Sydney (USYD) มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of 8 ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก โดยคุณเบย์จะมาเล่าให้ฟังถึงทุกเรื่องของการเรียนปริญญาโทที่ The University of Sydney (USYD) ว่าเป็นยังไงบ้าง ที่นั่นเค้ามีการเรียนการสอนกันยังไง

แนะนำตัวหน่อยครับ 
สวัสดีค่ะ ชื่อเบย์ (ชื่อจริง-นามสกุล) เพิ่งเรียนจบ Master of Education ที่ University of Sydney เมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้เรียนคณะนิเทศศาสตร์ภาคอินเตอร์ (Communication Management) ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันสอนภาษาอังกฤษทั้งส่วนตัวและตามสถาบันภาษาค่ะ

 

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจไปเรียนหลักสูตร Master of Education ที่ออสเตรเลียครับ
หลังจบจากจุฬา เบย์เริ่มสอนภาษาอังกฤษเด็กเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาประมาณเกือบ 2 ปี ตอนนั้นคิดว่าตัวเองอยากสอนเก่งกว่านี้ อยากรู้ว่าตอนนี้เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษทั่วโลกเป็นยังไง งานวิจัยด้านการสอนภาษาไปถึงไหนแล้ว อีกทั้งอยากให้นักเรียนที่มาเรียนกับเรามีพัฒนาการที่ดี เห็นผล เลยตัดสินใจเรียน Master of Education ซึ่งวิชาที่ลงเรียนเน้นด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองโดยตรง (Teaching English for Speakers of Other Languages) เพราะเมื่อเรารู้ว่าวิธีการสอนของเรามีประสิทธิภาพ เราก็จะมั่นใจในการสอนของเรามากขึ้น นอกจากนี้การจบปริญญาโทด้านนี้โดยตรง ทำให้เรามีความน่าเชื่อถือ ทั้งกับผู้ปกครองและตัวนักเรียนเองค่ะ (ยิ้ม)

 

การเรียนการสอนที่ USYD เป็นอย่างไรบ้าง
รู้สึกชอบหลักสูตรของที่นี่มากๆ บอกตามตรงเห็นวิชาไหนก็อยากลงเรียนไปหมด แต่เค้าจำกัดให้เราลงแค่เทอมละ 4 วิชา เลยต้องเลือก บางทีก็มีไป sit in ใน lecture คลาสใหญ่ที่เราไม่ได้ลงเรียนแต่อยากรู้เนื้อหาเรื่องนั้น (หัวเราะ) ก็เลยไปขออนุญาติอาจารย์ค่ะ หลักสูตรการเรียนการสอนที่นี่วางมาดีทุกวิชา ในหนึ่งสัปดาห์ได้ความรู้ใหม่ๆเพียบ! เพราะ research ที่อาจารย์นำมาสอนหรือให้อ่านส่วนใหญ่ก็ทันสมัย สามารถนำไปใช้ได้จริงค่ะ นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยมีนโยบายต้อนรับนักเรียนจากทุกเชื้อชาติ อาจารย์เลยค่อนข้างที่จะเข้าใจและใส่ใจนักเรียนต่างชาติค่ะ เช่น ในห้องเรียนอาจารย์จะมีการยกตัวอย่างเคสที่เกี่ยวข้องกับประเทศในเอเชีย ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับประเทศออสเตรเลียอย่างเดียว

ปรับตัวยากไหมครับ
เรื่องการเรียนสำหรับเบย์ไม่ยากมากเพราะก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ The University of Queensland ตอนอยู่ปี 3 จุฬาค่ะ เลยพอรู้แนว assignment ของที่นี่ ที่ต้องปรับตัวหลักๆก็สไตล์การเขียน essay ที่ต้องเป็น academic style และการอ่านให้เร็วเพราะสัปดาห์นึงจะมี reading ให้เยอะมากค่ะ ยิ่งอ่านเยอะก็จะยิ่งทำ assignment ได้ดีเลยต้องขยันหน่อยค่ะ ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตก็ไม่มีปัญหาค่ะ อาหารไทยเพียบ (หัวเราะ) ร้านอาหารไทยเยอะมากเลยไม่คิดถึงอาหารไทยเท่าไหร่ ร้านอาหารจีน เกาหลี ญี่ปุ่นก็เยอะค่ะ ถ้าอยากทำอาหารเองก็ง่าย ซุปเปอร์กับร้านขายของชำหาง่ายมากค่ะ การเดินทางก็สะดวกมาก ทั้งรถไฟรถเมย์มากันตรงเวลาเป๊ะ เปิด app ในมือถือดูเวลาได้เลย ถ้าไปไกลหน่อยก็เช่ารถได้ค่ะ จะมีก็ตรงหน้าหนาวที่จะไม่ค่อยชิน แรกๆไม่อยากลุกจากเตียงเลยเพราะเตียงติด electric blankent (ผ้าห่มไฟฟ้า) อุ่นมากๆ

 

เล่าความแตกต่างของการเรียนที่ไทยกับที่ออสเตรเลียหน่อยครับ
ที่ออสเตรเลียจะเน้นเรื่อง critical thinking มากค่ะ เช่นเวลาเราทำ assignment เราต้องมีจุดยืนเป็นของตัวเอง แล้วเอา research paper ที่เราอ่านมา back up ไอเดียเราค่ะ อีกอย่างที่นี่จะเข้มงวดเรื่อง plagiarism (การขโมยความคิด) มากๆ มีโปรแกรมตรวจเลย ถ้าโปรแกรมตรวจเจอว่าเราไปลอกงานเขียนมาจากเว็บไหนจะโดนปรับตกเลยค่ะ นอกจากนี้เรายังต้องค้นคว้าหา paper หรือหนังสือมาอ่านด้วยตัวเอง อาจารย์ไม่ได้เตรียมให้หมดค่ะ ข้อดีก็คือเราเลือกอ่าน paper ในเรื่องที่เราสนใจจริงๆได้

 

สิ่งที่ยากที่สุดของการเรียนที่ USYD คืออะไรครับ
การเขียน assignment วิชาละ 3000-4000 คำ เทอมละ 2 ครั้งค่ะ คอร์สของเบย์ไม่มีสอบเพราะเป็น assignment based ดังนั้นเลยมี assignment เยอะมาก เราต้องแพลนดีมากๆ ต้องเริ่มทำตั้งแต่เนิ่นๆไม่งั้นส่งไม่ทันแน่ค่ะ เพราะก่อนจะเริ่มเขียนได้เราต้องอ่าน paper เยอะๆก่อนจะได้มีไอเดียมาเขียนค่ะ

 

แล้วชีวิตที่ซิดนี่ย์เป็นไงบ้างครับ
ส่วนมากให้เวลากับการเรียนค่ะ (หัวเราะ) แต่ช่วงไหนว่างหน่อยก็จะไปกินข้าวกับเพื่อน ไปปีนผา ไปทะเลกับแฟน ดูหนังกัน ทำอาหารด้วยกัน ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆเลยค่ะ ชอบสุดก็ตอนปิดเทอมที่ได้ไปเที่ยวหลายๆที่ ถ้าแบบใกล้ๆในเมืองซิดนีย์ ก็เช่น Hunter Valley, Blue Mountains หรือไกลๆหน่อยก็ไป Tasmania, Melbourne, Cairns สนุกมากๆ เบย์ชอบสไตล์ adventure เดินขึ้นเขา นั่งเรือ ลุยน้ำตก อะไรแบบนี้ค่ะ สนุกดี (ยิ้ม)


อะไรที่ทำให้หลงรักซิดนีย์
ซิดนีย์เป็นเมืองที่ค่อนข้างเป็นระบบค่ะ การเดินทางไปไหนมาไหนสะดวก อากาศส่วนใหญ่ก็ดีทั้งปีค่ะ ไม่ร้อนไปไม่หนาวไป ที่สำคัญเมืองสวยมาก เป็นแหล่งรวมอาหารนานาชาติ อยู่ง่ายหากินง่ายค่ะ (หัวเราะ)

 

ทำไมถึงมาเลือกใช้บริการกับ CP International ครับ 
ตอนนั้นกำลังคิดว่าจะสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย เจอโฆษณา Education Fair ของ CP ที่จัดที่โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส ก็ตัดสินใจไปทันทีเลยค่ะ ประทับใจกับงานมาก เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลของแต่ละมหาวิทยาลัยดีมากค่ะ ตอบคำถามเรื่องการสมัคร เรื่องคอร์สเรียนได้หมด มาวันเดียวไขข้อข้องใจได้หมดเลย วันนั้นก็ตัดสินใจสมัครผ่านทาง CP เลยค่ะ เพราะมีสิทธิพิเศษยกเว้นค่าสมัครเรียนถ้าสมัครภายในงาน

 

ฝากบอกเพื่อนๆหน่อยว่ามาเรียน USYD แล้วดียังไง 
ได้ความรู้ที่มีคุณภาพแน่นอนค่ะ นอกจากนี้การที่จะเรียนให้จบได้เราต้องมีวินัยกับตัวเองมากๆ ถือเป็นการฝึกตัวเองให้มีความอดทนและความรับผิดชอบ อีกอย่างการมาอยู่ต่างประเทศทำให้ได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตห่างจากครอบครัว เจอเพื่อนต่างชาติ เข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย และเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ ก็อยากฝากเพื่อนๆว่า “พยายามตอนนี้ เวลาหันมามองความสำเร็จแล้วจะภูมิใจแน่นอนค่ะ”

 

เรียกว่านอกจากจะได้รู้ถึงการเรียนการสอนที่ The University of Sydney แล้ว คุณเบย์ยังได้ให้แนวทางการเรียนระดับปริญญาในออสเตรเลียที่เป็นประโยชน์แก่เราอีก เชื่อว่าเพื่อนๆคงได้ข้อมูลและไอเดียดีๆจากคุณเบย์มาบ้างแล้ว ถ้าอยากไปเรียนต่อระดับปริญญาที่ออสเตรเลียแบบคุณเบย์บ้าง เริ่มปรึกษากับ CP International ได้เลย เราพร้อมให้คำแนะนำเรื่องเรียนต่อที่ถูกต้องเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคุณ

...
อ่านต่อ

"อยากไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย แต่อยากไปเมืองที่คนไทยไม่เยอะ อยู่เมืองสบายๆคนไม่พลุกพล่าน" ถ้าเพื่อนๆมีความต้องการแบบนี้แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะไปเรียนเมืองไหนดี วันนี้ CP International จะพาไปฟังประสบการณ์จาก ‘’น้องเอิร์น สโรชา พรมสุข’’ ที่ตอนนี้เรียนภาษาอังกฤษอยู่ที่เมืองเพิร์ท อีกหนึ่งเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการไปเรียนต่อ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยความสงบและมีสถานที่สวยงามมากมาย โดยน้องเอิร์นเรียนอยู่ที่ ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัย The University of Western Australia (UWA) มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of 8 ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในออสเตรเลียและติดอันดับโลก มาดูกันดีกว่าว่าไลฟ์สไตล์สบายๆแบบเพิร์ทจะเป็นยังไง แล้วศูนย์สอนภาษาของมหาวิทยาลัยดังอย่าง UWA เค้าจะมีการเรียนการสอนยังไงบ้าง มาฟังกันเลย

 

แนะนำตัวหน่อยครับ
สวัสดีค่ะ ชื่อ สโรชา พรมสุข ค่ะ ชื่อเล่น เอิร์น เรียนจบจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  คณะอุตสาหกรรมเกษตร สาขา พัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร ตอนนี้กำลังเรียนภาษาอังกฤษกับศูนย์ภาษามหาวิทยาลัย The University of Western Australia ค่ะ (ยิ้ม)

 

ทำไมถึงไปเลือกเรียนที่เพิร์ท
เพราะว่าเพิร์ทเป็นเมืองที่สงบ คนไม่พลุกพล่านวุ่นวาย คนที่นี่นิสัยน่ารักมากๆ อีกอย่างคือสถาบันภาษาที่เอิร์นเรียนอยู่ (ศูนย์ภาษามหาวิทยาลัย UWA) ดีมากจริงๆ สอนดีมากๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะด้วยค่ะ(หัวเราะ)
 

 

ปรับตัวเยอะไหมครับ
ปรับตัวไม่ยากเท่าไหร่นะ เพราะมีคนเอเชียอยู่ค่อนข้างเยอะและสภาพอากาศที่นี่ใกล้เคียงกับที่ไทยมาก ฤดูหนาวอาจจะหนาวกว่าไทยนิดนึง ส่วนฤดูร้อนแดดกำลังดี เหมาะแก่การไปเที่ยวทะเลสุดๆ ตอนเอิร์นมาที่นี่ช่วงแรกๆเป็นหน้าร้อนพอดี พอเลิกเรียนก็พากันไปนั่งเล่นที่ทะเลบ่อยมาก ก็สนุกดีค่ะ (ยิ้ม)

 

เรียนกับศูนย์ภาษามหาวิทยาลัย UWA เป็นไงบ้าง
อาจารย์ดีมาก ใส่ใจนักเรียนทุกคน มีวิธีการสอนที่ทำให้เด็กเข้าใจเนื้อหาที่เรียนได้ง่าย แล้วการสอนที่นี่แตกต่างจากที่ไทยอยู่พอสมควร คือทุกคนในห้องต้องมีส่วนร่วมจริงๆ
 

   

 

เรียนสถาบันภาษากับศูนย์ภาษาในมหาวิทยาลัยแตกต่างกันยังไงบ้าง
 ดีทั้งสองที่เลยค่ะ เอิร์นว่าแล้วแต่วัตถุประสงค์ของคนเรียนมากกว่า แต่ถ้าใครวางแผนจะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เอิร์นแนะนำให้เรียนที่ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยเลย เพราะเค้าจะปูพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ต้องใช้ในการเรียนมหาวิทยาลัยแบบเน้นๆ พอเราเรียนต่อก็แทบจะไม่ต้องปรับตัวเลย

 

ชีวิตที่เพิร์ทเป็นไงบ้าง
ดีมากค่ะ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ หลากหลายเชื้อชาติมาก ได้เรียนรู้วัฒนธรรมหลากหลายด้วย อยู่นี่ก็มีที่เที่ยวสวยๆให้เที่ยวเยอะแยะด้วย (ยิ้ม) เอิร์นว่าเป็นเมืองที่เหมาะกับการมาเรียนมากนะ ค่อนข้างสงบเลยโฟกัสกับการเรียนได้ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเงียบจนไม่มีอะไรเลยนะ (หัวเราะ)

 

 

ที่พักและการเดินทางที่เพิร์ทเป็นไงบ้าง
ที่พักมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบอยู่ Share Houses กับเพื่อน หรือพักอยู่กับ Host family อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคนว่าชอบแบบไหนค่ะ ในส่วนของการเดินทางที่นี่ก็สะดวกสบายดี ในเมืองมีรถเมล์ที่เรียกว่า Cat Bus ให้บริการฟรีและมีรถไฟหลายสายให้บริการด้วยค่ะ สำหรับนักเรียนจะมีสิทธิพิเศษหน่อยตรงที่บัตรโดยสารจะราคาถูกกว่าคนปกติเยอะมากค่ะ ดีมากๆเลย (ยิ้ม)

 

จากวันนั้นถึงวันนี้ภาษาอังกฤษเป็นยังไงแล้วบ้าง
ดีกว่าตอนมาเรียนแรกๆ เยอะมากค่ะ ทักษะการฟังของเอิร์นพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้สามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้เข้าใจชัดเจนเลยค่ะ ดีใจมากๆ (หัวเราะ)

 

 . 

 

รู้จัก CP Inter ได้อย่างไรครับ
ตอนนั้นกำลังหาข้อมูลเรียนภาษาที่ออสเตรเลียในเว็บไซต์ แล้วเห็นประกาศโฆษณา ของ CP Inter เกี่ยวกับนิทรรศการศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย เอิร์นเลยไปเข้าร่วมงานนี้  ในงานสนุกมากได้ข้อมูลครบ พี่ที่ CP inter ให้คำแนะนำต่างๆ ได้ดีมากค่ะ ช่วยเหลือในเรื่องการสมัครเรียน ทุกอย่างง่าย สะดวก และรวดเร็วค่ะ (ยิ้ม)

 

บอกเพื่อนๆ หน่อยว่ามาเรียนที่เพิร์ทแล้วดียังไง
มาเรียนที่เพิร์ทไม่ได้แค่ความรู้ภาษาอังกฤษอย่างเดียว  การมาที่นี่ทำให้เราได้มิตรภาพที่ดีจากเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ได้ประสบการณ์ชีวิตอีกมากมายที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่นค่ะ ที่สำคัญคือมาอยู่นี่ความคิดเราโตขึ้นเยอะมาก ทั้งการเรียน การใช้ชีวิต และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ ค่ะ

 

ฟังแล้วก็อยากไปเรียนภาษาที่เพิร์ทกันเลยนะเนี่ย แล้วเพื่อนๆล่ะอยากไปเรียนภาษาที่เพิร์ทแบบน้องเอิร์นหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะที่ไปเมืองไหนในออสเตรเลีย ก็สามารถมาปรึกษาพี่ๆที่ CP International ได้นะ จะได้มาวางแผนเมืองที่ชอบ สถาบันที่ใช่ สำหรับเพื่อนๆกัน

...
อ่านต่อ